English English
Living in Thailand Living in Thailand start page December 9, 2018

     
     
    เดือนกันยายน >>>

ส่วนนึงของประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

ส่วนนึงของประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

รัฐบาล คสช. จัดให้มีการประชุมพรรคการเมืองเพื่อหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม มีพรรคการเมืองส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมกว่าร้อยละ 70 ของพรรคการเมืองทั้งหมด

ในจำนวนร้อยละ 20 มีพรรคใหญ่ 4 - 5 พรรค ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม ในจำนวนนี้มีพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัต พรรคไทยรักษาชาติ พรรคอนาคตใหม่ รวมอยู่ด้วย บอกว่าไม่ขอสังฆกรรมกับเผด็จการ ไม่มีอเไรต้องพูดคุยด้วย ต้องการจะให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วอย่างเดียว

พูดง่าย ๆ พรรคเหล่านี้ "คิดว่า" แนวทางของตนเองเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง หรือ ถ้าไม่ใช่วิถีของข้า ไม่เป็นประชาธิปไตย

ประเทศที่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้ขริงและถูกต้อง (เมื่อก่อน) ก็คือสหรัฐอเมริกา
ประชาชนร่วมกับทหารจำนวนหนึ่งลุกขึ้นต่อต้านและขับไล่อังกฤษจนได้รับชัยชนะและก่อตั้งเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการปฏิวัติครั้งนั้น การเลือกผู้นำหรือการใดที่สำคัญ ๆ ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากส่วนใหญ่ จึงเป็นที่มาของประชามติและการเลือกตั้ง

การประชุมของ คสช. เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เป็นการหารือแนวทางเพื่อความเข้าใจและเห็นชอบร่วมกัน วันเลือกตั้ง วันหาเสียง วันเปิดรับสมัคร สส. ประกาศเขตเลือกตั้ง ฯลฯ

ทำความเข้าใจกับ "ตัวแทน" หรือ "ผู้แทน"

หลังจากกลุ่มราษฎรร่วมกับทหารล้มการปกครองของอังกฤษได้สำเร็จ การเลือกผู้นำประเทศและและตัวแทน กฏและหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น นั่นเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย "การมีส่วนร่วม"

ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และอีกหลาย ๆ ประเทศเข้าใจการดำเนินการของ คสช. ไม่แน่ใจว่าพรรคที่ต่อต้าน คสช. และประชาชนบางกลุ่มเข้าใจหรือไม่ - ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยก็มีอยู่ในรัฐบาล + เผด็จการ น่าจะถูกต้องกว่า ระบบรัฐสภาเผด็จการ ที่ไม่ฟังเสียงประชาชน

ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เอาความจริงมาพูดกัน จริงหรือไม่ ประวัติศาสตร์มีอยู่


ความเหลื่อมล้ำ

ปัญหาความเหลื่อมล้ำสำหรับประเทศไทย แก้ได้ แต่จะมีใครจริงใจแก้ไขหรือเปล่า มาไทย 15 ปี ไม่เห็นมีใครจริงใจแก้ไข ก็แค่ทุกคนเจ้าถึงการศึกษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปในท้องถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้ไปเพื่อแจกเงินให้ผู้ยากไร้ คนยากจน แต่ไปแจกคันเบ็ด เพื่อราษฎรจะได้ตกปลากินเอง

การกีดกันเด็กไม่ให้เข้าถึงการศึกษ ไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย

ใครมีเงินเรียนได้ ใครมีเงินมากเรียนดี ใครไม่มีไม่ได้เรียน จะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้ไง

คุณปู่อายุเกือบ 80 ต้องกลับมาทำงานหาเงินเพื่อให้หลานเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนใกล้บ้าน เพื่อจะได้มีโอกาส มีอนาคต มีงานทำ ไม่ต้องยากลำบากเหมือนตน

ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ปู่อายุเกือบ 80 ต้องกลับมาทำงานอีก เพื่อหลาน เรียนดีแต่ไม่มีโอกาสเพราะไม่มีเงินค่าเรียน

กฏหมายบอกว่า การศึกษาเป็นภาคบังคับ

รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา ๔๙ วรรค ๑ และ วรรค ๒

  • บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
  • ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก ต้องได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งและการสนับสนุนจากรัฐเพื่อให้ได้รับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น

รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา ๕๔

  • รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่
    ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
  • รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง
    เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุน
    ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย
  • รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริม
    ให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน
    ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษา
    ดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซึ่งอย่างน้อย
    ต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการ
    ให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย
  • การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้
    ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
  • ในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับ
    การศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา
    ตามความถนัดของตน
  • ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา
    และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน
    หรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษีรวมทั้งการให้ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุนได้รับประโยชน์ในการลดหย่อน
    ภาษีด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดให้การบริหารจัดการกองทุน
    เป็นอิสระและกำหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

รัฐธรรมนูญ 2560 ฝ่อลงไปหน่อย คงอาจจะเป็นเพราะว่า ไม่มีใครสามารถทำได้ หรือไม่สนใจจะทำ หรือว่าไม่มีรัฐบาลไหนมีความสามารถ รัฐธรรมนูญ 2560 จึงถอยหลังลงหน่อย เอาแค่ช่วยค่าขนมละกัน

อย่างที่ว่า มันง่ายนิดเดียว ให้ท้องถิ่นจัดเก็บภาษี - จัดการการศึกษา เพื่อให้เด็กเรียนฟรี ไม่ว่าจะรวยแค่ไหนหรือจนแค่ไหนต้องได้รับการศึกษาจากภาครัฐ "ฟรี" ควรจะยุบกรทรวงศึกษา เหลือแค่เก้าอี้รัฐมนตรีให้นักการเมืองนั่งเล่น

ไปดูตัวอยางได้ที่นครลอสแองเจลิส ไม่ต้องดีเลิศ แต่ต้องฟรี

การขจัดคนจนไม่ให้เข้าถึงการศึกษา ไม่ใช้ประชาธิปไตย

.............................................

ไม่เป็นความจริง

รัฐบาลปัดว่าเป็นควาามจริง เป็นข้อมูลเก่า แต่ไม่ได้เปิดข้อมูลใหม่ว่าเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ดี ความจริงก็คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ -

จากข่าวไทยพีบีเอส

  • ตระกูล สิริวัฒนาภักดี ถือครองที่ดิน 630.000 ไร่
  • กระกูลเจียรวนนท์ ถือครองเที่ดิน 200.000 ไร่
  • บมจ. อุสาหกรรมนืำมันปาล์ม 44.400 ไร่
  • สำนักงานทรัพย์สิน 30.000 ไร่
  • บมจ. ไออาร์พีซี 17.000 ไร่

กลุ่มการเมืองที่ครองที่ดินรายใหญ่

  • นายอำนาจ คลังผา 2.030 ไร่
  • นายบรรหาร ศิลปอาชา 2.000 ไร่
  • นายเสนาะและนางอุไรวรรณ เทียนทอง 1.900 ไร่
  • นายอนุชา บูรพชัยศรี 1.284 ไร่
  • นายอดิศักดิ์ โภคสกุลนานนท์ 1.197 ไร่

ที่มา - สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมที่ดิน

นี่ยังไม่นับข้าราชการท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล

กว่าจะถึงมือเกษตรกรก็เหลือไม่กี่ไร่

ข้อมูลเงินฝากในธนาคารไทย - จำนวนบัญชี 94.4 ล้านบัญชี

  • ยอดเงินไม่ถึง 5 หมื่นบาท 73 ล้านบัญชี
  • ยอดเงิน 5 หมื่นบาท - 1 แสนบาท 3 ล้านบัญชี
  • ยอดเงิน 1 แสนบาท - 5 แสนบาท 4 ล้านบัญชี
  • ยอดเงิน 5 แสนบาท - 1 ล้านบาท 9 แสนบัญชี
  • ยอดเงิน 1 ล้านบาทขึ้นไป 9 แสนบัญชี

ข้อมูล ธนาคารแห่งประเทศไทย

ไม่มีข้อมูลบัญชีเงินฝากในต่างประเทศ

นี่ยังไม่รวมเศรษฐีหุ้น ที่รวยหลายเมื่นล้านบาท

.....................................

ประเทศไทยครองแชมป์ #1 อีกแล้ว

เผยข้อมูลไทยขึ้นอันดับ 1 เหลื่อมล้ำที่สุดในโลก - ข่าว ผู้จัดการ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000121256

บรรยง พงษ์พานิช เปิดข้อมูลไทยแซงขึ้นอันดับหนึ่งประเทศเหลื่อมล้ำที่สุดในโลก คนรวย 1% ครอบครองทรัพย์สิน 66.9% ของทรัพย์สินรวมกันทั้งประเทศ คนจน 10% ของประเทศมีทรัพย์สิน 0%

สำหรับคนไทย เรื่องจนมันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ๆ แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลไหนไม่มีการแก้ไขความยากจนอย่างจริงจัง อาจจะกลัวกันว่า เป็นฮีโร่ของคนจนอาจจนตามไปด้วย สู้เป็นฮีโร่ของคนรวยไม่ได้ เงินทองไหลมาเทมา

การช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา กว่าเงินจะไปถึงคนจนบางคนบางกลุ่มแทบจะไม่ได้อะไร เพราะสมุนรับใช้มันดักกินกลางทาง ไม่โกงก็เอาไปอย่างหน้าด้าน ๆ ในยุค คสช. พยายามปิดกั้นการทุจริต ทำให้พวกนี้บ่นไปตาม ๆ กันว่า "ช่วงนี้อยู่ในภาวะเงินฝืด"

ในยุครัฐบาล คสช. พยายามปิดกั้นทุกช่องทาง หาทางส่งเงินเข้ากระเป๋าคนจนโดยตรง และพยายามตรวจสอบว่าเป็นคนจนจริง ไม่ใช่มีเงินแสนเงินล้านก็ยังเปิดบัญชีแบ็งก์รับเงิน

แต่ความเป็นจริงคนจนไทยต้องการเพียงแค่ "โอกาส" โอกาสที่จะได้รับการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมในสังคมที่เหลื่อมล้ำอย่างมาก ไม่ใช่ช่วยทุนการศึกษา นั่นเป็นเพียงเศษขนมหลอกเด็ก

และเมื่อจบการศึกษาก็ต้องการโอกาสในความเท่าเทียมของการเข้าทำงานและได้รับค่าแรงที่มากกว่าเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ไม่ใช่แค่ "มองปลาเค็มแล้วซดข้าวต้มก็พอ" แต่ต้องมีเงินเหลือสำหรับออม และไม่ใช่เส้นดีได้งานทำเส้นไม่ดีรอไปก่อน

ถ้าจะให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงและถูกต้อง การศึกษาของภาครัฐต้อง "ฟรี" ฟรีในที่นี้หมายความว่า ฟรีทุกอยาง ไม่ว่าเด็กจากครอบครัวยากจนหรือร่ำรวยต้องได้รับการศึกษาจากภาครัฐโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างเท่าเทียมกัน นั่นคือโอกาสเพื่อการเข้าถึงการศึกษา

ไม่ใช่ใครมีเงินได้เรียนดี ใครมีเงินน้อยเรียนด้อย ใครไม่มีหมดโอกาส เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย นักการเมืองทราบหรือไม่ อย่าเอาแต่เรียกร้อง

ภาครัฐอาจจะบอกว่า แล้วจะเอาเงินจำนวนมหาศาลเพื่อการศึกษาจากไหน ก็ต้องขอโทษที่ต้งยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง เงินภาษีไง ประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดให้ท้องถิ่นจัดเก็บภาษีส่วนหนึ่งเพื่อการศึกษา

การจัดเก็บภาษีของภาครัฐก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย คุณนักการเมืองทราบหรือไม่

รัฐต้องจัดเก็บภาษีเพื่อการใช้จ่ายต่าง ๆ ตามความจำเป็น รวมทั้งเพื่อการศึกษาที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อทุกคนจะได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ไม่ว่าเด็กจากครอบครัวยากจนแค่ไหนต้องได้รับการศึกษา ก็เพื่อความเท่าเทียมในสังคมไง

รีฐต้องไม่อาย ไม่เกรงใจในการจัดเก็บภาษีจากคนรวย เพราะว่าคนรวยเขาไม่ชอบมีรายจ่าย ก้อ ค่าจอดรถ 4 บาทยังไม่จ่าย คนเก็บค่าจอดริมถนนหมดปัญญา อาเสี่ยขับรถเบ็นซ์ขับออกไปดื้อ ๆ แต่ภาครัฐมีอำนาจและมีหน้าที่ต้องจัดเก็บภาษีเพื่อความเท่าเทียมและการพัฒนาประเทศ ไม่ต้องรอให้ อาเสี่ย ควักกระเป๋า ยากสส มาก ๆ


เอาจริงเสียที แต่ต้องไปไกลกว่านี้

ข่าววจาก ไทยโพสท์ออนไลน์ (4 ธ.ค.)"ขนส่งฯเอาจริงต้นปีหน้าเชื่อมระบบใบสั่งกับสตช." https://www.thaipost.net/main/detail/23418

ต้องเรียกว่าเพิ่งตื่น ตำรวจเขียนใบสั่งหลายหมื่นใบมีคนมาเสียงค่าปรับไม่กี่คน อีกหลายหมื่นใบรวมอยู่กับกองขยะ

ไม่มีทางคุมความประพฤติคนขับรถได้ถ้าไม่ควบคุมการใช้กฏหมายอย่างจริงจัง

นอกจากเชื่อมต่อระหว่างกรมขนส่งและสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ควรมีข้อมูลความประพฤติของคนขับให้บริษัทประกันรถยนต์ด้วย เพราะว่าทุกวันนี้ใครขับดีไม่ดีมีอุบัติเหตุกี่ครั้ง เมากี่หน มีใบสั่งกี่ใบ ก็เสียค่ากรมธรรม์เท่ากับคนขับรถที่มีประวัติดี อย่างนี้เรียกว่าไม่เป็นธรรม

บริษัทประกันรถยนต์ขึ้นค่าประกันตามที่บริษัทต้องจ่ายค่าซ่อมรถ แน่นอนว่าบริษัทประกันต้องไม่ขาดทุน แต่จะให้คนขับรถดีไม่มีอุบัติเหตุร่วมจ่ายได้ไง อย่างนี้เรียกว่าไม่มีความรับผิดชอบ

ก็ต้องยกตัวอย่างจากสหรัฐฯอีกครั้ง อย่างเช่นมลรัฐ แคลิฟอร์เนีย คนขับที่มีความประพฤติไม่ดี มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับ หรือดื่มในขณะขับ เข้าคุกทันทีพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ค่าปรับก็สูง ค่ากรมธรรม์ก็แพง เวลาต่อใบขับขี่ก็ยาก หรืออาจต้งสอบใหม่ หรือไม่ต่อใบขับขี่ให้

ส่วนคนขับรถดีมีรางวัล ค่ากรมธรรมอาจถูกลงหรือไม่ขึ้น การต่อใบขับขี่ก็ง่าย

กว่ารัฐแคลิฟอร์เนียจะขจัดปัญหาและความประพฤติของคนขับรถให้มีความประพฤติเป็นระเบียบเรียบร้อย เคารพกฏหมายอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ก็ต้องใช้ทุกวิถีทางสกัดคนขับที่มีความประพฤติไม่ดี ไม่เคารพกฏหมาย หรือการขจัดขาประจำเมาแล้วขับ ไม่ให้ขับรถโดยเด็ดขาด

อุบัติเหตุอย่างที่เพิ่งเกิดเมื่อสองวันก่อน ที่คนขับมอเตอร์ไซค์ชนเด็กนักเรียนบนทางเท้า อย่างนี้ควรตั้งโทษยึดใบขับขี่ตลอดชีวิต หรือการชนคนเดินข้ามถนนบนทางม้าลายต้องจับปรับแพง ๆ พร้อมกับดำเนินคดีทางอาญา

อย่าให้การครวญครางว่าต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวมาเป็นข้ออ้าง บุคคลจำพวกนี้ไม่ควรขับรถ หรือมีอาชีพขับรถ

ในสหรัฐฯ อย่าว่าแต่ไม่หยุดให้คนที่กำลังเดินบนทางม้าลาย แค่คนก้าวลงจากฟุตบาทบริเวณทางม้าลายก็ต้องหยุดแล้ว ไม่งั้นก็โดนใบสั่ง

พูดกันถึงตรงนี้ก็คงฮากันจนนอนกลี้ง แล้วใครจะมาเขียนใบสั่งให้คนขับรถที่ผิดวินัย

ในประเทศไทยอาจหาตำรวจคอยจับยากเพราะกำลังพลไม่มี แต่ที่สหรัฐมี เหมือนตาสัปรด เรียกว่าโดนจับปรับกันจนเข็ด

คนอยู่สหรัฐโดยเฉพาะมลรัฐแคลิฟอร์เนียรู้ดี


ปลดล๊อกกัญชาจากสารเสพติดประเภท 5 เพื่อการวิจัย

ไม่ได้หมายความว่าปล่อยให้เสพกันสบาย หรือค้าขายกันเสรี หรือปลูกเองได้ กว่าจะถึงเวลานั้นก็คงอีกนานนนน กฏหมายฉบับนี้ปลดล๊อกกัญชาเพื่อการวิจัยเท่านั้น

ต่างประเทศเขาไปไกลถึงขั้นผสมเป็นเรื่องดื่มขายในร้านสดวกซื้อ ถ้าจะเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มแก้ง่วง หรื่อเครื่องดื่มถอนเมาในขวดสี่เหลี่ยมที่ขายกันเกลื่อนเมือง เครื่องดื่มเหล่านั้นน่าจะอันตรายกว่าเครื่องดื่มผมกัญชา

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ บุหรี่ ทั่วโลกศึกษากันมาหลายสิบปีแล้ว เป็นอันตรายต่อสุขภาพแน่นอน ชัดเจน นอกจากเป็นอัตรายต่อผู้เสพยังเป็นอันตรายต่อผู้อื่นด้วย ... เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ... เมาแล้วทะเลาะวิวาทถึงขั้นฆ่ากันตายเป็นข่าวบ่อย ๆ ติดเหล้าจะลงแดงตายขอเงินพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ไม่ให้ ก็ฆ่าทิ้งก็เป็นข่าวมาแล้ว
ครอบครัวทะเลาะวิวาทวิวาท แตกแยกเพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกิดขึ้นบ่อย
รวมทั้งเด็กที่ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกข่มขืน เพราะเหตุ เมาแล้วควบคุมตัวเองไม่ได้ เมาแล้วขาดสติยั้งคิด เมาแล้วกล้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
รวมทั้งเมาแล้วขับ ตายกันเป็นเบือติดอันดับต้น ๆ ของโลก

จากการตรวจสอบของกรมตำรวจ พบว่า ในช่วงเทศกาลหรือช่วงหยุดยาว อุบัติเหตุบนท้องถนนเพียงแค่ร้อยละ 10 ของอุบัติเหตุทั้งหมด ก็น่าจะชี้ชัดว่า คนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งปี บางคนดื่มทุกวัน บางคนดื่มทั้งวัน
ไม่เห็นจะน่าสนุกตรงไหน

แต่สารเสพติดอันตรายสองอย่างนี้ก็ยังปล่อยให้เสพกันทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่อยู่ในอันดับต้น ๆ และผู้เสพก็มีอายุน้อยลง ๆ ไทยเราก็ยังไม่ควบคุมกันอย่างจริงจัง

หรือเห็นว่าภาษีเงินได้ดี ร้านค้าเยอะ ค่าส่วยก็มาก

แต่โรงพยาบาล แพทย์และพยาบาล ไม่ชอบแน่นอน ... งานเยอะ... รวมทั้ง การรักษาพยาบาลคนเมามีความเสี่ยงโดนลูกหลง
โรงพยาบาลต้องรับรักษาผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บจากหสเหตุการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิตของผู้ดื่ม

ภาครัฐควรจัดเก็บภาษีให้โรงพยาบาลเพื่อใช้ในการรักษานักดื่มและนักสูบบุหรี่โดยเฉพาะ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์น่าจะจัดอยู่ในจำพวกสารเสพติดต้องห้ามประเภท 5 ไม่ใช่กัญชา

คนเมากัญชาก็แค่เพ้อฝัน ไม่เคยปรากฏเป็นข่าวว่า เมากัญชาอารวาทหรือทะเลาะกับใคร หรือข่มขืนใคร
ไม่เคยปรากฏว่าคนสูบกัญชาเป็นโรคร้ายแรงหรือเรื้อรังจากผลของการสูบกัญชา

กัญชาเป็นสมุนไพรใช้รักษาโรคในประเทศไทยเมื่อ 3 พันกวาปีมาแล้ว
การกำหนดกัญชาให้เป็น สารเสพติดต้องห้าประเพท 5 ควรจะเรียกว่า ขาดการศึกษาที่ถูกต้อง


ผ่านแล้ว กฏหมาย จิ๊บจ๊อย

ใช้เวลาสองปีกว่า กว่าจะผ่านกฏหมายภาษีที่ดิน ตรวจแล้วตรวจอีกเพื่อความแน่ใจว่าไม่ไปเหยียบตาปลาใคร แล้วก็บอกว่า จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

อ่านดูได้ว่าภาษีที่ดินฉบับนี้มัน จิ๊บจ๊อย ด้วยเหตุใด (ข่าวฐานเศรษฐกิจออนไลส์) 14 ก.พ. http://www.thansettakij.com/content/259320

ภาษีที่ดินเงื้อง้ากันมานานกว่า 30 ปี เพิ่งจะคลอดเป็นเด็กไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ ดูแล้วไม่น่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นมากนัก บางท้องถิ่นอาจไม่ได้อะไรเลย
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561
ข่าวจาก ไทยโพสท์ออนไลน์ https://www.thaipost.net/main/detail/22093
1.ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หากมีมูลค่า 0-75 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.01% มูลค่า 75-100 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.03% มูลค่า 100-500 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.05 % (จะมีซักกี่รายในกี่จังหวัดที่เข้าข่ายนี้)

2.ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย หากมีมูลค่า 0-50 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.02% มูลค่า 50-75 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.03% มูลค่า75-100 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.05 % มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราภาษี 0.1 % ทั้งนี้ในกรณีบ้านหลังหลัก หากเป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของที่ดิน ให้ได้รับการยกเว้นภาษี 50 ล้านบาทแรก ส่วนกรณีเป็นเจ้าของเฉพาะบ้านอย่างเดียว ได้รับการยกเว้นภาษี 10 ล้านบาท (นี่ก็ชัดเจนหลาย ๆ ท้องที่ไม่ได้ซักบาท)

3.ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม หากมีมูลค่า 0-50 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.3% มูลค่า 50-200 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.4% มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.5% มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.6% มูลค่าตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราภาษี 0.7% 4.ที่ดินรกร้างว่างเปล่า คิดอัตราภาษีเริ่มต้น 0.3% และเพิ่มขึ้น 0.3% ทุก3ปี หากยังไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ แต่รวมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 3

แล้วจะไม่เรียกว่า จิ๊จ๊อย ได้ไง ที่สหรัฐอย่างน้อยเขาเก็บ 1% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นหลังแรกหรือหลายหลัง เพื่อรัฐบาลท้องถิ่นจะได้นำเงินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปใช้ในการศึกษาและพัฒนาบ้านเมือง เด็กถึงได้เรียนฟรี (จริงๆ) บ้านเมืองถึงได้สวยงาม ไม่ต้องรองบส่วนกลาง ไม่ต้องรอรัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้งเลือกปฏิบัติ จังหวัดไหนได้ไม่ได้ ได้เท่าไร รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดอัตราภาษีเองเก็บภาษีตามความจำเป็นจากการผ่านประชามติของราษฎรในท้องถิ่น อย่างนี้เขาเรียกว่า เป็นประชาธิปไตย


การศึกษาไทย

จะด้วยเหตุเพราะว่าการศึกษาไทยไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โรงเรียนเอกชนทั้งไทยและต่างชาติจึงพากันก่อตั้งกันมากมายเพราะเห็นช่องทาง
ล่าสุด Singapore International School Bangkok (SISB) รายนี้ไม่แค่เปิดเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่จะเป็นโรงเรียนแรกในนามของบริษัทในตลาดหุ้น (IPO ว้นที่ 29 พ.ย. )

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เห็นว่าไม่ขัดหลักเกณฑ์หรือกฏหมายตลาดหุ้น บางท่านก็ออกความเห็นว่า ดี จะได้มีหุ้นใหม่ ๆ แปลก ๆ เพิ่มช่องทางให้คนเล่นหุ้น มีลุ้น มากขึ้น

โรงเรียนเอกชนได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐแต่ละปีหลายหมื่นล้านบาท ค่าเรียนของโรงเรียนนานาชาติก็แพง เริ่มด้วยค่าจองสิทธิ์การเรียนเฉลี่ยกว่าแสนบาท ค่าประกันควาามเสียหายเฉลี่ยกว่า 2 แสนบาท ค่าเทอมชั้นมัธยมศึกษาเฉลี่ยกว่า 6 แสนบาท

ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องสนับสนุนโรงเรียนเอกชนในเมื่อโรงเรียนสร้างรายได้มากมายอยู่แล้ว

ถ้าห้ามเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ ทางภาครัฐควรยกเลิกเงินสนับสนุน แล้วนำเงินจำนวนนี้ไปเพิ่มทุนการศึกษาของภาครัฐ เผื่อว่าโรงเรียนจะได้ไม่ต้องไป ไถ ผู้ปกครองบางคน และถ้าจะให้ถูกต้องตามระบบภาษีเงินได้ รัฐควรเก็บภาษีโรงเรียนที่เข้าตลาดหุ้นด้วย เพราะเข้าข่ายการค้าขายและการลงทุนเพื่อผลกำไร

ผู้มีรายได้น้อยและคนจนคือผู้สมควรได้รับการสนับสนุน ไม่ใช่เงินช่วยเหลือค่าเทอมหรือค่าต่าง ๆ แต่ต้องมีโรงเรียนเพื่อให้เด็กเรียนฟรีและอยู่ในชุมชนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

อย่าปิดกั้นลูกหลานคนจน
อย่าดูถูกลูกหลานคนจนว่าไม่มีความรู้ความสามารถที่จะเรียนสำเร็จ

ตราบใดที่ไม่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีความเสมอภาค โดยเฉพาะ การศึกษา ก็อย่าเรียกประเทศนี้ว่าเป็นประชาธิปไตย



ธนาคารไทย - ขาดการแข่งขัน

กำลังจะพูดถึงเรื่องธนาคารของไทยที่ไม่มีการแข่งขัน ทำให้ลูกค้าหรือผู้ทำธุรกรรมการเงินอยู่ในภาวะจำยอม ก็พอดีมาอ่านคอลัมน์ ดร.โสภณ พรโชคชัย ในสำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/645867“ตาสว่าง "ธนาคารไทย - ปลิงดูดเลือด" เป็นเรื่องจริงที่ธนาคารไม่อาจปฏิเสธได้ รวมทั่งธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานคุ้ครองผู้บริโภคที่ไม่ดูแลเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค

ทุก ๆ ไตรมาส ธนาคารมีผลกำไรนับหมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าระดับกลางและระดับล่างทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารในสังกัดไทยล้วน ๆ เรียกว่าแทบจะไม่มีการแข่งขัน หรือไม่ต้องมีการแข่งขันก็รับอยู่แล้ว

ก็อย่างที่ ดร.โสภณ พรโชคชัย เขียนไว้ "กิจการธนาคารของไทยมีลักษณะกึ่งผูกขาด มีไม่ถึง 20 แห่งอย่าง ทำให้ไม่ต้องมีการแข่งขันกันเอาใจลูกค้า ที่ถือเสมือนเป็น “พระเจ้า” ลูกค้าธนาคารไทยจึงถือเสมือนเป็น “หมูในอวย” มากกว่า หรืออาจเป็นเพียง “ลูกไก่ในกำมือ” ที่ “จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด”

เมื่อตอนมาไทยใหม่ ๆ เคยคิดวาจะลงทุนในตลาดหุ้น ก็สอบถามเพื่อนที่เคยทำงานกับธนาคารแห่งหนึ่งว่า ควรซื้อหุ้นไหนดี เพื่อนตอบอย่างไม่ต้องคิด "แบงค์"

กลับมาพูดถึงเรื่องของเรา มาเที่ยวไทยหรือม่าอยู่ไทยควรเครียมตัวอย่างไร เตรียมเงินสดติดตัวมา แล้วไปแลกสกุลเงินกับ Super Rich บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่ให้เรทสูงกว่าธนาคาร

ควรหลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิตที่มีค่าบริการสูง - โดนสองเด้งสามเด้ง หรือการใช้บัตรเอทีเอ็มกดเงินในไทยก็โดนสองเด้งสามเด้งเช่นกันเช่นกัน - เด้งที่หนึ่งค่าฟีที่ธนาคารของคุณชาร์จ เด้งที่สองค่าฟีแบงค์ไทยเก็บ เด้งที่สามอัตราแลกเปลี่ยนที่แบงค์ไทยเอารัดเอาเปลียบ

สำหรับคนที่มา รีไทร์ และรับเงิน โซเชียล หรือเงินบำนาญในไทย การเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงเทพเพื่อรับเงินโซเชียลน่าจะเป็นทางรอดที่ดี


แบ็งก์ไทยมาลูกใหม่ ไม่ถูกใจแบ็งก์ ไม่จ่ายเงิน

แบ็งก์ไทยมาลูกใหม่ ไม่ถูกใจแบ็งก์ ไม่จ่ายเงิน

เมื่อหลายปีก่อนกดเงินที่ เอทีเอ็มแบ็งไทย เคยมีวิธีให้ยอมรับอัตราแลกเปลี่ยนที่แบ็งก์เสนอ แทนที่จะเป็นอัตราแลกเปลี่ยนกลางที่ นิวยอร์ค ซึ่งต่างกันเกือบสองบาท ถ้าไม่ยอมรับก็จะยกเลิกและคืนบัตรเอทีเอ็ม

มารอบนี้ใช้วิธีหลอกให้กดยอมรับอัตราแลกเปลี่ยนที่แบ็งก์เสนอ ด้วยวิธีหลอกให้กดระหัสใหม่ พร้อมกันนั้น ด้านล่างจะมีข้อความว่า ยอมรับอัตราแลกเปลี่ยนที่แบ็งก์เสนอ ถ้าไม่อ่านดูแล้วกดระหัสก็จะเป็นการยอมรับอันตราแลกเปลี่ยน ตู้เอทีเอ็มก็จะจ่ายเงินทันที

ธนาคารแห่งประเทศไทยควรตรวจสอบและควบคุมแบ็งก์ให้อยู่ในกติกาสากล ก่อนที่เรื่องฉาวจะยาวไกลไปทั่วโลก แล้วก็จะกลายเป็นการล่อลวงระดัลชาติ

กระบวนการยุติธรรมก็ควรตรวจสอบการกระทำของแบ็งก์ เข้าข่ายล่อลวงหรือไม่

แบ็งไทยทำกำไรจากคนไทยแต่ละปีก็มากกว่าแบ็งทั่วโลกที่อยู่แค่ระดับพึงพอใจและภายใต้กฏระเบียบ และเมื่อมีการแข่งขันกันระหว่างแบ็งก์ก็ยิ่งทำให้เกิดผลประโยชน์กับลูกค้า

แต่แบ็งก็ไทยไม่ได้อยู่ในสภาพที่แข่งขันกัน และอาจจะเป็นการร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

ทางที่ดีสำหรับผู้ที่เดินทางมาไทย พกเงินสดติดตัวแล้วมาแลกเปลี่ยนสกุลเงินดีที่สุด เมื่อใดต้องการแลกเปลี่ยนเงินตราก็ไปที่ Super Rich บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ให้ Rate ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินใด ค้นหาใน Google เพื่อสถานที่ใกล้คุณ ส่วนมากจะอยู่ในเมืองท่องเที่ยว


     
ตามข่าว    
 
 

อัตราแลกเปลี่ยน

พยากรณ์อากาศ

เบอร์โทรเหตุฉุกเฉิน

 
  • เหตุฉุกเฉิน 191 / 1190
  • โจรกรรมรถ 1192
  • ตำรวจทางหลวง 1193
  • อุบัติเหตุทางน้ำ 1196
  • ข้อมูลจราจร 1197
  • หน่วยแพทย์กู้ชีพ 1154
  • ตำรวจท่องเที่ยว 1155
  • สอบถามเส้นทาง 1543
  • ศูนย์นเรนทร เจ็บป่วยฉุกเฉิน 1669
  • รับแจ้งอบัติเหตุ -โรงพยาบาลตำรวจ 1691
อัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นอัตราแลกเปลี่ยนกลางระฟว่างประเทศ
 
แลกเปลี่ยนธนบัตรหรือเงินสด ไปที่ "Super Rich" จะได้ เรท สูงกว่าแบงค์หรือที่อื่น Super Rich ไม่มีทั่วไป จะมีก็แต่ในเมืองท่องเที่ยว ค้นหา Super Rich ใน Google search
 
ใช้บัตรเอทีเอ็มในเมืองไทยควรตรวจสอบข้อมูลบน หน้าจอตู้เอทีเอ็มแบงค์ใช้กลเม็ดให้กดรับอัตราแลก เปลี่ยนที่ต่ำกว่าอัตราแลกเปลี่ยนกลางกว่า 2 บาท
 
<<<วิธีตรวจแบ็งปลอม>>>
กรมอุตุนิยมวิทยาฯ https://tmd.go.th/  



highlite ท่องเที่ยว    
เวียงหนองล่ม วัดร่องเสือเต้น วัดห้วยปลากั้ง
เกาะแม่ม่าย - เวียงหนองล่ม วัดร่องเสือเต้น จ.เชียงราย Wat Rong Suaten วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย - Wat Huai Plakang
 
 
       
All right reserved      
admin@livinginthailand.lcom