สวัสดิการสังคม - Social Security (US)  
     

     

 

 

รับเงินโซเชียลในเมืองไทย

ก่อนอื่น ต้องเปิดบัญชีกับ "แบ็งก์กรุงเทพ" (แบ็งก์เดียวที่ สำนักงานโซเชียลฯ ยอมรับ)

นำเลขบัญชี (พร้อมด้วยระหัสแบ็งก์ หรือที่เรียกว่า routing numbers) ไปติดต่อที่ สำนักงานโซเชียลฯ (ถ้าคุณมีแผนที่จะไปสหรัฐ) หรือติดต่อสถานกงสุลในประเทศไทย หรือติดต่อทางอินเตอร์เน็ต หรือ ส่งจดหมายไปที่สำนักงานโซเชียลฯ

บัญชีที่เปิดกับแบ็งก์กรุงเทพเป็นบัญชีสำหรับรับเงินจากโซเชียลเพียงอย่างเดียว ผู้รับเงินโซเชียลเป็นผู้เปิดบันชีและเป็นผู้ถอนเพียงผู้เดียว ไม่มีการออก "เอทีเอ็มการ์ด" ต้องไปถอนด้วยตนเอง เหตุผลก็คือ ถ้าผู้รับเงินโซเชียลถึงแก่กรรมไม่มีผู้ใดสามารถถอน เงินออกจากบัญชีได้ ธนาคารกรุงเทพต้องคืนเงินจำนวนที่เหลืออยู่ในบัญชีให้กับ สำนักงานโซเชียลฯ

ฉนั้น ควรถอนเงินออกจากบัญชีที่ตั้งไว้สำหรับรับเงินโซเชียลให้หมดทุกครั้งที่ สำนักงานโซเชียลส่งมาให้ แล้วเก็บไว้ในบัญชีส่วนตัวอีกบัญชีหนึ่ง ถ้าต้องการความ สดวกในการใช้ เอทีเอ็ม

(ขอบคุณ .. อุดม โล่สวัสดิ์, ทวั แผ่นทอง)


โซเชียลซิเคียวริที้ (Social Security)

ถ้าคุณอยู่ หรือเคยอยู่ในประเทศสหรัฐเอมริกา และจะเคยทำงานหรือไม่ก็ตาม โซเชียลซีเคียวริที้ช่วยคุณได้

โซเชียลซิเคียวริที้ (กองทุนบำนาญ) คือผลประโยชน์ที่รัฐบาลของสหรัฐฯจัดตั้งขึ้นสำหรับผู้ทำงาน ได้รับผลประโยชน์เมื่อถึงเวลาปลดเกษียณ (retirement) หรือเงินบำนาญ (pension)

เงินโซเชียลก็คือเงินที่ทางรัฐบาลหักภาษีรายได้ ส่วนหนึ่งจะเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนโซเชียล เงินนี้คือเงินสะสมของแต่ละบุคคล เมื่อได้ทำงานมาแล้วอย่างน้อย 10 ปี และเมื่อถึงอายุปลดเกษียณ จะได้รับบำนาญเป็นรายเดือน มากน้อยแล้วแต่เงินสะสมที่หักไว้

เงินโซเชียลที่จะได้รับจะคำนวณจากเงินภาษีที่บุคคลนั้นจ่ายหรือหักจากรายได้ คำนวนจากยอดเงินสะสมสูงสุด 10 ปี ไม่ว่าผู้นั้นได้ทำงาน 10 ปี 20 ปี หรือมากกว่านั้น

เงินโซเชียลไม่ได้จ่ายแค่บุคคลที่ทำงานเท่านั้น คู่สมรส (สามี หรือ ภรรยา) หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ต่ำกว่า 18 ปี) ก็รับได้ ถ้าบุคคลผู้ทำงานในครอบครัว หรือหัวหน้าครอบครัว  (head of household) ถึงแก่กรรม บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะรับได้ทันที สามีหรือภรรยา จะรับได้ต่อเมื่อตนเองอายุอย่างน้อย 60 ปี (ภรรยารับเงินของสามี หรือสามี รับเงินของภรรยา แล้วแต่กรณี) ถ้าสามี (หรือภรรยา) กำลังอยู่ในระหว่างรับเงินเกษียณอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนไปรับเงินเกษียณของสามี (หรือภรรยา) ได้ ถ้าเห็นว่าเป็นจำนวนเงินมากกว่า

บุคคลทุพพลภาพสามารถรับเงินโซเชียลก่อนอายุปลดเกษียณได้

บุคคล หรือครอบครัวที่ยากไร้ มีรายได้ต่ำกว่าที่รัฐบาลประเมิน ก็สามารถรับเงินช่วยเหลือจากโซเชียลได้เช่นกัน

ถ้าสามี (หรือภรรยา) หรือหัวหน้าครอบครัวถึงแก่กรรม สามีหรือภรรยา หรือบุตร จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าทำศพ $255 เพียงครั้งเดียวทันท

บุคคลที่มีอายุอย่างน้อย 62 ปี ก็สามารถรับเงินโซเชียลได้ เรียกว่า early retire แต่จะได้รับเพียง 75% ของจำนวนเงิน ที่พึงได้เมื่ออายุครบเกษียณ (อย่างน้อย 65 ปี)

ทั้งนี้ ผู้ที่จะขอรับเงินโซเชียลดังกล่าว ควรไปติดขอรับเงินโซเชียลที่สำนักงานโซเชียลซีเคียวริที้ ก่อนถึง กำหนดอายุเกษียณ อย่างน้อยสองเดือน

ผู้รับเงินโซเชียลไม่ต้องอยู่ในสหรัฐก็รับได้ ถ้าคุณอยู่ในประเทศไทย ให้ไปติดต่อที่กงศุลอเมริกัน ถ้าอยู่อเมริกา แต่ต้อง การกลับมารับเงินโซเชึยลในประเทศไทย ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยบอกให้สำนักงานโซเชียล โอนเงินมาที่ ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารเดียวที่สำนักงานโซเชียลอนุมัติ ก่อนอื่นต้องเปิดบัญชีกับแบงค์กรุงเทพ บอกกับแบงค์ว่าเปิดบัญชีเพื่อรับเงินโซเชียล (บำนาญ) จากอเมริกา แล้วเอาเลขบัญชีไปให้ สำนักงานโซเชียล อย่าลืม ชื่อที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษต้องตรงกับที่ให้ไว้กับสำนักงานโซเชียล

Can't open a bank account ?

Blame it on FATCA (The Foreign Account Tax Compliance Act) which will took effect 2014

What is FATCA?
The Foreign Account Tax Compliance Act, better known as FATCA, was passed in 2010 as part of the HIRE act. Starting in 2014 foreign financial institutions (FFI) will be required by the US government, under FATCA, to report information regarding accounts of US citizens, US persons, Green Card holders and individuals holding certain US investments to the IRS. This law requires foreign financial institutions such as your local bank, stock brokers, hedge funds, insurance companies, trusts, etc. - to report directly to the IRS all their clients who are "US persons.” FFIs that do not become compliant will be subject to a 30% withholding on these investments, which will directly impact FFI clients.

FATCA also requires US citizens who have foreign financial assets in excess of $50,000 (higher for bona fide residents overseas – $200,000 for single filers and $400,000 for joint filers – see the IRS website for more details) to report those assets on a new Form 8938 to be filed with the 1040 tax return. Instructions for form 8938 were published in December 2011 and can be found on the IRS website.

Many Americans residing overseas are reporting banking lock-out. Many foreign financial institutions have simply chosen to eliminate their US citizens and US person client basis in order to minimize their exposure to FATCA reporting requirements, withholding fees and potential penalties.
The US Treasury has entered into Intergovernmental Agreements (IGAs) with a limited number of countries which will facilitate the transfer of information. The IGA agreements do include a non-discriminatory clause that is aimed at helping to alleviate issues of lock-out of banking services US citizens and US persons.
To learn more about FATCA and how it might impact you, you can consult the IRS website or speak to your tax advisor for more information.

website American Citizens Abroad
http://americansabroad.org/issues/fatca/


Receiving Social Security payment in Thailand

To received social security payment in Thailand

First open a bank account with Bangkok Bank (the only bank accepted by SSA)

With Bangkok bank account numbers (including routing numbers), contact the SSA either thru SSA web-site or by letter, or present yourself at SSA office when you're in US, or contact US embassy in Thailand

The bank account for receive SSA payment can only withdraw at the bank by yourself, no ATM card will be issued, its mean, if you died no one can withdraw the money and the bank must returned to SSA