ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก หรือชุมชนคุณธรรมหัวบ้าน มีประวัติความเป็นมากว่า ๙๐ ปี รวมทั้งบ้านไม้เก่า ๆ ที่สมควรอนุรักษ์ไว้ น่าเสีดายที่อาคารไม้หลายหลังถูกลื้อทิ้งแล้วสร้างเป็นตึก เดินดูบ้านไม้หรืออาคารไม้ตามถนนที่ยาวเกือบกิโลเมตร ทำให้นึกถึง อ.เชียงคาน จ.เลย ไปเห็นครั้งแรกเมื่อประมาณ ๑๗ ปี ซึ่งเวลานั้นยังไม่เป็นที่จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสนใจ แหล่งท่องเที่ยว ณ เวลานั้นคือ แก่งคุดคู้ จำได้ว่าไปนอนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งห่างจากบริเวณท่องเที่ยว ตื่นเช้าก็ออกหากาแฟ อาหารเช้ากิน ก็มาถึงบริเวณใกล้ทางเข้าซอยเล็กๆ จำได้ว่าร้านอาหาร ณ เวลานั้นมีเพียง ๓ ร้าน และร้านที่นั่งกินชื่อร้าน “ข้าวเปียก” มีทั้งกาแฟ ปาท่องโก๋ และก๋วยเตี๋ยวแบบฉบับพื้นเมือง ไม่มีคนงาน ทำกันอยู่สองคน กินเสร็จไม่ต้องเรียก เก็บตัง เพราะแม่ค้าไม่มีเวลามาเก็บตัง ต้องเดินไปจ่ายกับแม่ค้า แม่ค้าจะถามว่า กินอะไรเข้าไปบ้าง (คงไม่ใชประโยคนี้ นึกไม่ออกว่าแม่ค้าถามอะไร) เราก็บอกแม่ค้าว่ามีอะไรบ้าง แล้วแม่ค้าก็บอกว่ารวมเป็นเท่าไร แล้วก็จ่ายไปตามนั้น อีกอย่างที่พบเห็นที่นั่น เขาจอดมอเตอร์ไซค์ทิ้งกุญแจคาไว้กับรถ ไม่รู้ว่ายังทำกันอยู่หรือเปล่า
หลังจากทานอาหารมื้อเช้าเรียบร้อย ก็เดินเข้าไปชมบริเวซอยบ้านเก่า ซึ่งส่วนมากเป็นบ้านไม้แบบเก่า นักท่องเที่ยวมีเพียงไม่กี่คน
ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก หรือชุมชนคุณธรรมหัวบ้าน เห็นควรอนุรักษ์บ้านไม้ไว้ ไม่ทรายว่ามีการออกกฏหมายหรือรณรงค์ให้อนุรักษ์หรือไม่ (ส่วนตัว) เชื่อว่า ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึกควรเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่เพียงแค่วันอาทิตย์ถ้าอนุรักษ์ไว้ไห้สวยงาม แต่จะกลายเป็นสถานที่เที่ยวของนักท่องเที่ยวมาชมอาคารไม้เก่าๆ และวัฒนธรรมชุมชนหัวถนน ที่นับวันจะหาชมยาก นอกจากการเดินชมอาคารไม้ ที่ถนนวัฒนธรรมก็มีร้านอาหารที่มีรสชาดดั้งดิมหลายร้านซึ่งนับวันก็หาชิมยากเช่นกัน พูดถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นได้ เคยกินก๋วยเตี๋ยวปลาบนถนนสายนี้ใกล้โรงแรมเมื่อ ๖ ปีก่อน ตอนนี้ไม่รู้ย้ายไปไหน ก๋วยเตี๋ยวปลาร้านนี้รสชาดอร่อยแบบดั้งเดิม
ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ประจวบคิรีขันธ์ อยู่หห่างจาก กทม. เพียง ๓๐๐ กว่าโล ชาว กทม. คงลงมาพักผ่อนเกือบทุกอาทิตย์ อากาศที่เมืองสามอ่าวสดชื่นจะช่วยให้กลับไปทำงานวันจันทร์กระปี้กระเป่า หรือถ้าทำงานนอกออฟฟิซเลือกที่จะมาที่นี่ |