Living in Thailand

ข่าวจากหน้าแรก

 
start page living live in            

ภาษีเพื่อความเป็นธรรม

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำว่า "ภาษี" ไม่มีใครอยากได้ยิน ไม่มีใครอยากเสียภาษี ใครๆ ก็อยากให้เป็นเช่นนั้น
มีแต่ได้กับได้ ยิ่งได้ยิ่งดี ไม่ต้องการเสีย

อยากขับรถหรู แต่ไม่ยอมเสียภาษี หาทางหลีกเลี่ยงภาษีด้วยการจดประกอบรถ หรือซื้อรถ
ที่จดประกอบ จากการตรวจสอบของ ดีเอสไอ มีตั้ง 7,000 กว่าคันที่เข้าข่าย
ล่าสุด ดีเอสไอนำหมายศาลเข้าตรวจค้น - ยึดรถหรูดีลเลอร์ นิชคาร์ (Niche Cars) ซูเปอร์คาร์
4 แห่ง ตรวจสอบบ้านพักพนักงานและกรรมการบริษัท ข้อหาสำแดงราคาเป็นเท็จ ทำให้เสียภาษี
น้อยลง เฉลี่ยคันละ 40% หรือประมาณ 10 - 18 ล้านบาทต่อคัน รวมรถที่ยึดได้ 122 คัน
บริษัท นิชคาร์ เป็นตัวแทนจำหน่าย ลัมบอร์กินี พากานี แมคลาเรน และโลตัส เป็นต้น
รายนี้ถ้าผิดจริง ก็เป็นอีกคดีหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ยิ่งรวยยิ่งได้ ยิ่งได้ยิ่งโกง น่าจะเป็นเรื่องจริง

ที่สหรัฐก็มีเรื่องเศรษฐีขี้โกงเป็นข่าวหลายครั้ง คดีหนึ่งที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี ค.ศ. 1989
Leona Mindy Helmsley นักธุรกิจและเศรษฐีนีมลรัฐนิวยอร์ค ถูกศาลตัดสินจำคุก เมื่อปี
ค.ศ. 1989 เป็นเวลา 16 ปี แต่ติดจริงแค่ 19 เดือน กักบริเวณในบ้านอีก 2 เดือน

แม่บ้านของ Helmsley ให้การในชั้นศาลว่า เธอได้ยิน Helmsley พูดว่า
"We don't pay taxes. Only the little people pay taxes."
"เรา (เศรษฐี-มหาเศรษฐี) ไม่ต้องเสียภาษี มีแต่ประชาชนรายย่อยเท่านั้นที่เสียภาษี"

รัฐบาลก็อยากทำให้ทุกอย่าง บ้านเมืองสวยงาม ถนนหนทางดี น้ำไฟมี เดินทางสดวก
อาชญากรรมต่ำ ประชาชนอยู่ดีมีความสุข ใครๆ ก็ต้องการ
คำถามมีอยู่ว่า แล้วรัฐจะเอาเงินที่ไหนมาจัดให้ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนเสียภาษี
แทบทุกอย่าง ว่ากันว่า คนตายเท่านั้นที่ไม่ต้องเสียภาษี

พระราชบัญญัติภาษีที่ดินยังไม่ได้ผ่านสภานิติบัญญัติ ยังไม่มีกฏหมายลูก ก็ร้องโวยวายกันแล้ว
ประเทศไทยเพิ่งจะมีกฏหมายภาษีที่ดินฉบับแรก ดูแล้วก็น่าจะเป็นธรรม เริ่มต้นในระดับต่ำพอรับได้
ส่วนเรื่องคดีอาญาที่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ยอมเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยเพราะจงใจ
หรือไม่ก็ตาม ยังต้องรอกฏหมายลูกที่จะร่างในสถานิติบัญญัติ อย่างเพิ่งตกใจ เชื่อแน่ว่าส่วนมาก
ไม่ถึงกับติดคุก แต่ต้องเสียค่าปรับมากขึ้น แต่ถ้ายังไม่ยอมเสียก็โดนยึดทรัพย์ ถ้าไม่ยอมทั้งสอง
ก็สมควรติดคุก แต่โทษอย่างสูงก็แค่ 1 ปี ปรับ 20,000 บาท

บางคนบอกว่า ภาษีที่ดิน (ของไทย) ฉบับนี้ โหด

ขอยกตัวอย่างที่สหรัฐฯ สหรัฐเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทุกบ้านทุกแปลง ไม่ว่าจะเป็น
บ้านหลังแรกหรือมีมากกว่าหนึ่งหลัง หรือราคาเท่าไร ต้องเสียภาษีทุกหลัง
อัตราภาษีขึ้นอยู่กับแต่ละมลรัฐที่จัดเก็บไม่เหมือนกัน หรือไม่เท่ากัน

ยกตัวอย่างรัฐแคลิฟอร์เนีย เคยมีการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือที่อยู่อาศัยสูงกว่า 2% ในบางท้องที่
การจัดเก็บภาษีเป็นไปตามการประเมินของภาครัฐตามราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทุกปี
ไม่ว่าใครซื้อมาเท่าไรหรือซื้อมาเมื่อไหร่ และในส่วนของปกครองท้องถิ่นก็จัดเก็บภาษีเพิ่ม
ไม่ว่าจะต้องการให้มีสวนสาธารณะหรืออื่นใด ก็จะเก็บภาษีเพิ่มจากภาษีที่ดิน
อันนี้น่าจะเรียกว่า โหด

ในที่สุดประชาชนก็ทนไม่ได้ จึงมีการล่ารายชื่อเพื่อออกกฏหมายควบคุมภาษีที่ดิน
ไม่ให้รัฐเก็บเกินกว่า 1% ของราคาที่ดินที่ซื้อมา ไม่ว่าซื้อมาเมื่อใด
หลังจากการต่อสู้ในชั้นศาลหลายศาลหลายปี ชัยชนะก็เป็นของประชาชน
รัฐแคลิฟอร์เนียต้องย้อนหลังไปเก็บภาษีที่ดินแค่ 1% ตามราคาประเมินหรือซื้อขายครั้งแรก
หรือผู้อยู่อาศัยดั้งเดิม หมายความว่า ใครที่ซื้อที่อยู่อาศัยที่อยู่ต่อเนื่อง หรือผู้ที่อยู่อาศัยเดิม
เสียภาษีแค่ 1% ของราคาที่ซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อ 50 หรือ 100 ปีก่อน
รัฐจะเก็บภาษีมากขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น เจ้าของใหม่ต้องเสีย 1% ของราคาที่ซื้อมา
ทั้งนี้ จะไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นได้รับการอนุมัติจากประชาชนในท้องถิ่น
ด้วยการออกเสียงประชามติ

นอกจากภาษีที่ดิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ของไทยก็ยังไม่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสหรัฐ
ภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐในแต่ละมลรัฐไม่เท่ากัน ตั้งแต่ 3% กว่า ถึง 11% กว่า ทั้งนี้
ไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บเพิ่ม โดยเฉลี่ยอีกเกือบ 2%
บางมลรัฐเก็บภาษีมูลค่าน้อยหรือไม่เก็บเลย อย่างมลรัฐ New Hampshire แต่หันไปเก็บภาษี
ที่ดินมากขึ้น และเป็นรัฐเดียวที่มีภาษีที่ดินแพงที่สุดในสหรัฐ นอกจากภาษีที่ดินแพง รัฐนี้ยังเก็บ
ภาษียาสูบเพิ่มอีกเกือบ 2 ดอลลาร์ต่อซอง

ภาษีรายได้หรือภาษีเงินได้ในสหรัฐก็มีการเก็บไม่เท่ากัน นอกจากการเก็บภาษีเข้ารัฐส่วนกลาง
ในส่วนท้องถิ่นก็ยังมีการจัดเก็บภาษีเงินได้ทั้งบุคคลและนิติบุคคลอีกด้วย ทั้งนี้ แต่ละมลรัฐจะเก็บ
ไม่เท่ากัน แล้วแต่รัฐบาลท้องถิ่นต้องการนำรายได้ไปใช้ในวัตถุประสงค์ใด
การจัดเก็บภาษีในสหรัฐไม่เพียงเท่าที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีภาษีโน่นภาษีนี่อีกเยอะแยะ เช่น
ภาษีมูลค่าเพิ่มในปั้มน้ำมัน น้ำมันทุกแกลลอนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐต้องการ
เท่าไร ส่วนมากภาษีนี้จะนำไปใช้เพื่อซ่อมแซมหรือสร้างถนน ผู้ใช้รถใช้ถนนคือผู้ได้ประโยชน์

ภาษีของไทยยังอยู่ในระดับเริ่มต้น เมื่อประเทศพัฒนาไปเรื่อยๆ ความต้องการงบประมาณ
เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศจะมีมากขี้น รัฐก็ต้องหาวิธีจัดเก็บภาษี
รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องการเช่นกัน

ถ้ากลัวว่ารัฐบาลจะใช้ผิดที่ผิดทาง หรือมีการทุจริต ประชาชนก็ต้องหมั่นตรวจสอบ
หรือร่วมกันขับไล่ ถ้ารัฐบาลหรือผู้บริหารท้องถิ่นไม่ยอมลาออก ก็อย่าไปเลือกคราวหน้า

นั่นคือเหตุผลที่รัฐบาลส่วนกลางให้ท้องถิ่นจัดเก็บภาษี ก็เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่น
ตรวจสอบผู้บริหาร

การประท้วงหรือการขับไล่รัฐบาลหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่ม หรือหาพรรคพวก
ร่วมประท้วง คนเดียวก็ทำได้ ที่สหรัฐเขาทำกันมาแล้ว
เริ่มด้วยการเขียนป้ายแล้วไปยืนหรือเดินประท้วงหน้าที่ทำการ หรือบริเวณชุมชนพลุกพล่าน
ถ้าใครเห็นด้วยก็จะเข้าร่วมด้วย ถ้าไม่มีใครเห็นด้วย หรือมีคนเห็นด้วยน้อย ก็น่าจะหมายความว่า
เราอาจจะเข้าใจผิด

การประท้วงรัฐบาลเริ่มจากคนคนเดียวเคยประสบความสำเร็จแล้วหลายครั้ง อย่าล้มเลิกความคิด
ความคิดของคุณอาจปลุกจิตสำนึกคนอื่นให้เห็นความจริง

ในสหรัฐอเมริกาเขาทำกันอย่างนั้น อเมริกาถึงได้ยืนอยู่อย่างที่เห็นทุกวันนี้
และนั่นคือระบอบประชาธิปไตย ไม่มีใครปิดกั้นได้


 
 
 
 
     
     
     
All Rights Reserved admin@livinginthailand.com